การละเล่นพื้นบ้านอีสาน

บั้งโผ, บั้งโป๊ะ, บั้งโผ๊ะ ของเล่นในวัยเยาว์(ของใครหลายคน)

บั้งโผ, บั้งโป๊ะ, บั้งโผ๊ะ ของเล่นในวัยเยาว์(ของใครหลายคน)

สิบปีล้ำซาวปีล้ำ จั่งเห็นกวงมายามหมั่ง ข้าวขึ้นเล้า จั่งเห็นเจ้าเทื่อเดียวพี่น้องเอ่ย………….
ทักทายพี่น้องบ้านเฮาจากอำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานีจ้า ช่วงที่ได้พักผ่อนอยู่บ้านเกิดนั้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ดี ได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวจ้า ทำให้นึกถึงตอนเป็นสมัยเด็กๆๆๆๆ นั่งนึกตอนเป็นแก็งเด็กซนชอบประดิษฐ์โน้นนี่เยอะแยะและการละเล่นตอนนั้นงคงนี้ไม่พ้น บั้งโผ๊ะ

Categories: การละเล่นพื้นบ้านอีสาน | ใส่ความเห็น

การเล่น “บักอี”

การเล่น “บักอี”

เป็นการดึงลากคนของฝ่ายตรงข้ามที่ออกมาล่อ ซึ่งกลั้นหายใจอยู่ ให้เลยเส้นตาย หรือ จับไว้ จนใจขาด(หายใจ หรือเสียงอีขาดหาย)

จำนวนผู้เล่น : ๔ คนขึ้นไป

สถานที่และการเตรียม :

เดิ่นกว้าง ๆ พอสมควร…. ขีดเส้นขึ้นมาหนึ่งเส้น เป็นเส้นกลาง หรือเส้นแบ่งเขต ซึ่งเส้นนี้ กะคือ เส้นช่วยชีวิต จากนั้น กะก้าวนับจากเส้นกลางนั้นออกไปทั้งสองฟาก ฟากละประมาณ ๑๐ ก้าว (หรือระยะที่เห็นว่าพอเหมาะ) แล้วกะขีดเส้นแนวขนาน ขึ้นมาอีก ซึ่งเส้นนี้ กะคือ เส้นตาย นั่นเอง

การจัดไท : วิธีการ ปาว ปิ่ง ป้ง

การเลือกไทเล่นก่อน : วิธีการ ปาว ปิ่ง ป้ง

วิธีการเล่น :

ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ไปยืนอยู่ด้านหลังเส้นตาย ของฝั่งไผฝั่งมัน ไทที่ได้เล่นก่อน ส่งโตแทนไปผู้หนึ่ง เป็นผู้ได๋กะได้ ออกไปล่อแต้มเอาฝ่ายตรงข้าม ซึ่งผู้ที่ออกไปล่อนี้ พอเลยเส้นแบ่งเขตหรือเส้นช่วยชีวิต ไป ถือว่าได้เข้าเขตฝ่ายตรงข้ามแล้ว ต้องกลั้นหายใจไว้ และเพื่อให้ผู้อื่นฮู้ว่ายังกลั้นหายใจอยู่ เลยใช้วิธีการฮ้องออกเสียงว่า “ อี ”

ขณะ “ อี ” อยู่นั้น ต้องพยายาม ไปล่อแต้มเอาฝ่ายตรงข้ามให้ได้ ซึ่งฝ่ายตรงข้าม กะต้องหลบ โดยการหนีไปอยู่หลังเส้นตาย.. เพราะว่าผู้ “อี” เลยเส้นตายไปบ่ได้… พร้อมกันนั้น กะต้องพยายามหาทาง จับเอาผู้ “อี” ให้ได้

ผู้ “ อี ” ถ้าแต้มเอาไผบ่ได้เลย เทิงเจ้าของ ใกล้สิใจขาดแล้ว กะต้องกลับเข้าเขตของเจ้าของ เพื่อรักษาชีวิตของเจ้าของไว้

จากนั้น กะถึงทีของอีกไทหนึ่ง เป็นฝ่ายออกมา “อี” บ้าง …ไทนั้น กะส่งโตแทน ออกมาหนึ่งคนคือกัน.. อีออกไปไล่แต้มเอา คือกัน

รณีที่ผู้ “ อี ” แต้มได้ฝ่ายตรงข้ามผู้ได๋กะตาม สิเป็นหนึ่งคน สองคน สามคน กะดี แล้วกะผู้ “อี” สามารถกลับเข้าเขต แตะเส้นช่วยชีวิตได้ โดยที่ยังบ่ทันใจขาด ผู้ที่ถืกแต้มได้เทิงเหมิด ต้อง “ตาย”

รณีที่ผู้ “ อี ” แต้มได้ฝ่ายตรงข้ามผู้ได๋ผู้หนึ่ง แล้ว ขณะที่กำลังสิแล่นกลับเข้าเส้นช่วยชีวิต ถืกจับไว้ โดยฝ่ายตรงข้ามคนเดียว หรือหลายคนก็ดี ถึงแม้ผู้ “อี” พยายามดิ้นรนหนีกลับเส้นช่วยชีวิต แต่ว่า ยังบ่ทันได้แตะเส้นช่วยชีวิต ใจขาดก่อน (เสียง อี ขาดหาย) ผู้ที่ “อี” นั้น ต้อง “ตาย” …ส่วนผู้ที่สัมผัสกับผู้ “อี” นั้น ทุกคน กะรอดชีวิต แล้วกะสามารถฆ่า ผู้ “อี” ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้าม ได้หนึ่งคน… ในทางกลับกัน ถ้าผู้ “อี” ดิ้นหนีไปแตะเส้นช่วยชีวิตได้ทัน ก่อนสิใจขาด ผู้ “อี” นั้น กะบ่ “ตาย” แต่ผู้ที่ “ตาย” กะคือ ฝ่ายตรงข้ามทุกคน ที่มาสัมผัสกับผู้ “อี” นั้น

ผู้ “ อี ”    “ ตาย ” ก็ดี   ผู้ “ อี ” กลับเข้าเขต ก็ดี ถือว่าจบรอบนั้นๆ ต้องเปลี่ยนให้อีกฝ่ายหนึ่งออกมา “อี” …..ผลัดกันไป ผลัดกันมา อยู่จั่งซี้ล่ะ จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สิตายเหมิดทุกคน… ฝ่ายที่ตายเหมิดทุกคนก่อน เป็นฝ่ายที่แพ้ ต้องถืกทำโทษโดยการถืกเขกเข่า หรือกุ่ง(กระเตง) อีกฝ่ายหนึ่ง

กติกา :

  • การ “ อี ” คือการกลั้นหายใจ โดยการฮ้องออกเสียงว่า “อี” หรือ “อือ” หรือ “อืม”
  • ผู้ “ อี ” ขณะอยู่ในเขตของฝ่ายตรงข้าม ต้องบ่ใจขาด หรือเสียง “อี” ต้องบ่ขาดหาย บ่จั่งซั้น “ตาย”
  • ผู้ “ อี ” ต้องบ่เลยเส้นตาย ที่อยู่ในเขตฝ่ายตรงข้าม บ่จั่งซั้น “ตาย”
  • ผู้ที่ถืกผู้ “ อี ” แต้มได้ โดยที่ผู้ “ อี ” สามารถกลับไปแตะเส้นช่วยชีวิตได้ทัน ก่อนใจสิขาด ต้อง “ตาย”
  • ผู้ใด๋ถืกผู้ “ อี ” แต้มได้ แต่ว่าผู้ “ อี ” ใจขาดก่อนสิแตะเส้นช่วยชีวิต ผู้นั้นยังบ่ “ตาย” ยังมีสิทธิ์เล่นต่อได้ (ผู้ตาย กะคือ ผู้ “ อี ”)
  • การจับผู้ “ อี ” สามารถช่วยกันจับหลายๆ คนกะได้ ช่วยกันจักคน กะได้
  • ผู้ที่ “ ตาย ” ถือว่าเหมิดสิทธิ์ในการเล่น ต้องรอจนกว่าไทได๋ไทหนึ่ง สิตายเหมิด แล้วเริ่มต้นเล่นใหม่ จั่งค่อยสิมีสิทธิ์เล่นอีก
  • ฝ่ายที่ “ ตาย ” เหมิดก่อน ถือว่า แพ้
Categories: การละเล่นพื้นบ้านอีสาน | ใส่ความเห็น

การเล่นจ้ำหมู่หมี่

จ้ำหมู่หมี่

จำนวนผู้เล่น : สี่คนขึ้นไป

สถานที่และการเตรียม :

เดิ่นขี้ดิน … ผู้เล่นซ่อยกันกวดขี้ดิน ต้อมขึ้นเป็นกองใหญ่ๆ กองหนึ่ง ซึ่งกองขี้ดินนี้ เอิ้นว่า“เมม” “เมม” ถือเป็นของสำคัญที่ต้องรักษาไว้ให้ดี ต้องระวังบ่ให้อีกฝ่ายนึง มากิน “เมม”

การจัดไท : วิธี จ้ำหมู่หมี่ หรือ ปาว ปิ่งโป้ง หรือ โอ น้อย ออก

วิธีจ้ำหมู่หมี่ กะคือ ผู้เล่นทุกคน นั่งอ้อมเป็นวง กรณีมีผู้เล่นหลายคน ให้กำมือข้างเดียว แล้วเด่เข้าไปกลางวง …กรณีมีผู้เล่นหน่อยคน เช่นสี่คน ให้กำมือสองข้าง แล้วเด่เข้าไปกลางวง… วางเรียงติดกัน ในลักษณะวงกลม จากนั้น ผู้เป็นหัวหน้าพาเล่น กะเอามือเจ้าของ (ซ้าย หรือขวา ตามถนัด) ข้างนึง มาจ้ำมือ วนรอบไปเรื่อยๆ (กรณีกำสองมือ ผู้จ้ำ ให้จ้ำมือเจ้าของ ข้างที่ใช้จ้ำผู้อื่นนำ) ทางปากกะว่า บท “จ้ำหมู่หมี่” ไปนำ หนึ่งพยางค์ต่อหนึ่งจ้ำ หรือหนึ่งพยางค์ต่อมือหนึ่งมือ

“ จ้ำหมู่หมี่ หมู่หมก หมู่มน หักคอคน ใส่หน้านกกด หน้านกกด หน้าลิง หน้าลาย หน้าผีพาย หน้าหยิก หน้าหย่อม ก่อมกะแต กะแตถืกบ่วง อีมะลอต่อกัน ไทเวียงจันทน์ ถือหวีเบี้ยงซ้าย ย่าย ออก ตอก เปี๊ยะ !”

มือผู้ที่ตรงกับคำสุดท้ายที่ว่า “เปี๊ยะ” กะสิถืกคัดออก …กรณี ใช้มือแค่ข้างเดียว เจ้าของมือ กะออกจากวง ไปนั่งรอหมู่ได้เลย ……กรณีใช้สองมือ กะเอามือข้างที่ตรงกับคำว่า “เปี๊ยะ” นั้น ออกไปจากวง เหลือไว้ข้างนึง รับการจ้ำต่อ ผู้ที่ถืกจ้ำออกเทิงสองมือ กะออกจากวงไปนั่งรอหมู่…

จ้ำต่อไปเรื่อย ๆ จนผู้ถืกคัดออกจากวง กับผู้ที่เหลืออยู่ในวง มีจำนวนเท่ากัน กะหยุดจ้ำ เป็นอันว่า ได้ไทขึ้นมาสองไท เรียบร้อย… ด้วยวิธี จ้ำหมู่หมี่

สำหรับเด็กน้อย มักว่าบท “ จ้ำหมู่หมี่ ” กะมักสิใช้วิธีจ้ำหมู่หมี่อยู่ดอก แต่สำหรับเด็กน้อยที่ใหญ่ขึ้นมาจักหน่อย ขี้คร้านจ้ำ เสียเวลา กะอาจสิจัดไท โดยการ ปาว ปิ่งโป้ง หรือ การ โอ น้อย ออก

วิธีการเล่น :

หลังจากจัดไทเรียบร้อย กะสิมา ปาว ปิ่งโป้ง กันว่า ไทได๋สิได้รักษา “เมม” ก่อน ไทได๋สิไปลี้ แล้วกะหาโอกาสมากิน “เมม” ซึ่งการ ปาว ปิ่ง โป้ง กันนี้ อาจสิ ให้โตแทนแค่ ไทละคน “ปาว” กัน หรืออาจสิ “ปาว” กัน เหมิดทุกคน กะได้แล้วแต่สิตกลงกัน

ไทกินเมม แล่นไปหาลี้ ส่วนไทรักษาเมม กะนั่งอ้อมวงกัน เอามือที่กำไว้ เด่วางเรียงลักษณะเป็นวงกลม แล้วกะจ้ำมือไปเรื่อยๆ (ใช้แทนการนับ) ว่า

“ จ้ำหมู่หมี่ หมู่หมก หมู่มน หักคอคน ใส่หน้านกกด หน้านกกด หน้าลิง หน้าลาย หน้าผีพาย หน้าหยิก หน้าหย่อม ก่อมกะแต กะแตถืกบ่วง อีมะลอต่อกัน ไทเวียงจันทน์ ถือหวีเบี้ยงซ้าย ย่าย ออก ตอก เปี๊ยะ !”

จากนั้น ไทรักษาเมม กะเริ่มออกย่างเลาะหาไทกินเมม ที่กำลังไปลี้อยู่ โดยเหลือไว้คนนึง เป็นคนเฝ้าเมมไว้ ระวังบ่ให้ไทกินเมม มากินเมม ได้ง่ายๆ

ไทรักษาเมม ผู้ที่ออกลาดตระเวนหาไทกินเมม กะเพื่อสิกำจัดหรือฆ่าให้ตายก่อนสิมากินเมม ซึ่งวิธีการฆ่า มีอยู่วิธีเดียว กะคือ การเอามือ ปาดคอ

ไทกินเมม หลังจาก ได้ยินเสียง ไทรักษาเมม ว่าบท “จ้ำ หมู่ หมี่” จบ กะเริ่มหาโอกาสจอบ แอบ มากินเมม ขณะที่สิมากินเมม กะต้องแล่นหลบ ระวังบ่ให้ไทรักษาเมม ตัดคอ หรือว่าปาดคอได้ ผู้ได๋ถืกปาดคอ ผู้นั้น กะตาย ผู้ที่ตายแล้ว กะให้ไปนั่งรอท่าอยู่หม่องได๋หม่องนึง รอกินเมมเพื่อชุบชีวิต กรณีไทเจ้าของ มีผู้ได๋ผู้นึงมากินเมมได้ หรือรอเล่นรอบต่อไป

ถ้าไทกินเมม มีผู้ได๋ผู้นึง กินเมมได้ ให้ผู้นั้นฮ้องว่า “กินเมม” จากนั้นกะฮ้องบอกผู้อื่นว่า “กินเมมได้แล้ว … มากินเมม… มากินเมม” ผู้อื่นที่เหลือ อาจสิเป็นผู้ที่กำลังลี้อยู่ ผู้ที่กำลังแล่นล่อกินเมม อยู่ หรือผู้ที่ตายแล้วกำลังนั่งรอท่ากินเมม กะพากันมากินเมม……. การกินเมมได้ ถือว่าประตูเมมถืกเปิดแล้ว เป็นผลให้ไทรักษาเมม บ่สามารถสิปาดคอได้ ถึงสิปาด กะบ่ตาย แล้วกะคนทั้งเหมิดของไทกินเมม กะสามารถมากินเมมได้อย่างปลอดภัย และคนที่ตายแล้ว หลังจากมากินเมม กะสิฟื้นคืนชีพขึ้นมาเทิงเหมิด … ไทกินเมมนั้น กะสิได้ไปลี้เพื่อมากินเมมอีกรอบนึง

ถ้าไทรักษาเมม สามารถปาดคอไทกินเมม ได้เหมิดทุกคน ก่อนที่ผู้ได๋ผู้นึงของไทกินเมม สิมากินเมมได้ ไทรักษาเมม กะสิเปลี่ยนเป็นผู้ไปลี้ เป็นไทกินเมม ส่วนไทกินเมมที่ถืกปาดคอตาย เหมิด โดยที่บ่สามารถกินเมมได้เลย กะสิกลายเป็นผู้รักษาเมม ในรอบต่อไป

ไทกินเมม สามารถสิออกมาแล่นหลอกล่อให้ไทรักษาเมมแล่นไล่คุม เป็นการล่อให้ไทกินเมมผู้อื่น หาโอกาส หรือว่าหาทาง ไปกินเมมได้ง่ายๆ (แต่ว่าผู้แล่นล่อ ต้องหลบเก่งนำเด้อล่ะ)

ไทรักษาเมม สามารถสิแล่นรุม หรือว่าตุ้มไล่คุมไทกินเมมได้ สิจับแขนจับขาไว้ให้อีกผู้นึงปาดคอได้ง่ายๆ กะได้ (แต่ว่า ต้องระวังผู้อื่นสิหลอยมากินเมมได้ง่ายๆ แหน่เด้อล่ะ)

Categories: การละเล่นพื้นบ้านอีสาน | ใส่ความเห็น

การละเล่นพื้นบ้านอีสาน

การละเล่นพื้นบ้านอีสาน

“ การละเล่นพื้นบ้านอีสาน ” อีหลีแล้ว บ่ได้เล่นเฉพาะอยู่ภาคอีสานดอก อยู่แถว ๆ อื่นกะเล่นคือกัน ต่างหม่อง ต่างภาษา อาจสิเอิ้นซื่อการละเล่นต่างกัน ขนาดอยู่ภาคอีสานนำกัน คนละหมู่บ้าน คนละอำเภอ คนละจังหวัด กะอาจสิเอิ้นซื่อบ่คือกันกะได้ ซื่อเอิ้น อาจสิต่างกัน แต่ว่า วิธีการเล่น กะบ่ได้ต่างกัน

     การละเล่น นี้ เล่นได้เทิงเด็กน้อย เทิงผู้ใหญ่ การละเล่นบางอย่าง เด็กน้อย นิยมเล่น แต่ผู้ใหญ่บ่เล่น การละเล่นบางอย่าง ผู้ใหญ่ นิยมเล่น แต่เด็กน้อยบ่มักเล่น กะมี คือกัน

     เด็กน้อย เล่นได้ทุกยาม ที่ว่าง พอว่างปับ มาพ้อหน้าพ้อตารวมกลุ่มกันปับ กะชวนกันเล่นเอาโลด แต่ว่า สำหรับผู้ใหญ่ อาจสิบ่ได้มีเวลามาเล่นหลายคือจั่งเด็กน้อย ส่วนใหญ่ ผู้ใหญ่ สิเล่นยามมีงาน อย่างเช่น งานงันเฮือนดี (อยู่เฮือนที่มีคนตาย) หรือยามสงกรานต์… อยู่แถวบ้านผู้เขียน สมัยแต่กี้ ผู้ใหญ่ กะสิพากันหยุดเวียกหยุดงาน มาเล่นสงกรานต์กัน นอกจากฮดน้ำกัดแล้ว กะพากันเล่นการละเล่นต่าง ๆ เทิงกลางเว็น เทิงกลางคืน ม่วนกันอยู่ เจ็ดมื้อ

     การนำการละเล่นต่าง ๆ มาเล่นกันนี้ เป็นการถ่ายทอดการละเล่น จากผู้ใหญ่ สู่เด็กน้อย จากบ้านนั้น สู่บ้านนี้ จากรุ่นนั้น สู่รุ่นนี้ สืบทอดต่อมาเรื่อย ๆ จนฮอดยุคมีโทรทัศน์ นั่นล่ะ การละเล่นต่าง ๆ กะเริ่มซบเซาลงไป จนแทบสิบ่มีไผพากันเล่นอีก ขนาดยามสงกรานต์ กะเหลือแค่ไล่คุมฮดน้ำกัน ท่อนั้นเอง เด็กน้อย นั่งเบิ่งโทรทัศน์ เล่นเกมกด อยู่เฮือนไผเฮือนมัน บ่ค่อยได้ออกมาหาเล่นกันคือเก่า เฮ็ดให้การละเล่นแบบต่าง ๆ เริ่มเลือนหายไปกับวัยของคนรุ่นก่อน

Categories: การละเล่นพื้นบ้านอีสาน | ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com . The Adventure Journal Theme.

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.